“เน้า”มั่นใจน็อคเอาท์ได้แชมป์โลก บ่ายนี้มีลุ้น

ไบรอน โรฮาส แชมป์โลก สมาคมมวยโลก ชาวนิการากัว และ น็อคเอาท์ ซีพีเฟรชมาร์ท ผู้ท้าชิงชาวไทย ชั่งครั้งเดียวผ่านฉลุย แถมฟิตพอกัน “เสี่ยเน้า” มั่นใจ น็อคเอาท์ ทำได้

เน้า-มั่นใจ
ความเคลื่อนไหวศึกซีพีเฟรชมาร์ท เขย่าบัลลังก์โลก และคาราวานซีพีเอฟ วันที่ 29 มิถุนายน 2559 ที่เวทีมวยชั่วคราวหน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่น ช่อง 7 สี ถ่ายทอดสดเวลา 13.45-16.15 น. คู่เอก ไบรอน โรฮาส แชมป์โลกรุ่นมินิมั่มเวท 105 ปอนด์ สมาคมมวยโลก (ดับเบิ้ลยูบีเอ) ชาวนิการากัว ป้องกันตำแหน่งครั้งแรกกับ “เจ้านูน” น็อคเอาท์ ซีพีเฟรชมาร์ท เจ้าของแชมป์ (เฉพาะกาล) ชาวไทย ล่าสุด วันที่ 28 มิถุนายน ที่โรงแรมพูลแมน จ.ขอนแก่น บริษัทเพชรยินดีบ๊อกซิ่งโปรโมชั่น ได้จัดพิธีการตรวจร่างกายและชั่งน้ำหนักตัวอย่างเป็นทางการ

ผลการชั่งน้ำหนัก ปรากฏว่า นักชกทั้งสองก้าวขึ้นชั่งครั้งเดียวก็ผ่านฉลุยได้ 105 ปอนด์เท่ากัน ส่วนผลตรวจร่างกายโดย นพ.ประวีณ จันจำปา แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ รพ. กรุงเทพขอนแก่น ปรากฏว่า ไบรอน โรฮาส วัดความดันได้ 124/69 ชีพจร 56 ส่วน น็อคเอาท์ ซีพีเฟรชมาร์ท วัดความดันได้ 134/78 ชีพจร 73 เป็นอันว่านักมวยทั้งคู่สมบูรณ์แข็งแกร่ง พร้อมทำการแข่งขัน

ดร.พงษ์ วิเศษไพฑูรย์ ประธานจัดการแข่งขัน กล่าวว่า การชกไฟท์นี้สำคัญมาก ฉะนั้นทางน็อคเอาท์จะต้องไม่พลาดเป็นอันขาด เพราะได้ชกในบ้าน ส่วนขวัญกำลังใจ ถ้าสามารถแย่งแชมป์โลกมาได้ ไม่ว่าจะน็อกหรือคะแนน ตนจะให้รางวัลพิเศษทันที 2 แสนบาท เพื่อให้ประเทศไทยมีแชมป์โลกเพิ่มขึ้น

ด้าน “เสี่ยเน้า” วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ ประธานใหญ่เพชรยินดี ประกาศความมั่นใจว่า ตั้งแต่เพชรยินดีจัดชิงแชมป์โลกสถาบันหลักมา ก็ยังไม่เคยพลาดเหมือนกัน เพราะได้รับชัยชนะตลอด ครั้งนี้ก็หวังว่าต้องเป็นแบบนั้น เพราะในอดีต สร้างแชมป์โลกสถาบันใหญ่ให้ประเทศไทยมาแล้ว 6 คน ไม่ว่าจะเป็น ฉัตรชัย กระทิงแดงยิม, เม็ดเงิน กระทิงแดงยิม, พงษ์ศักดิ์เล็ก ไก่ย่างห้าดาวยิม, โอเล่ห์ดง ซีพีเฟรชมาร์ท, คมพยัคฆ์ ซีพีเฟรชมาร์ท, วันเฮง ไก่ย่างห้าดาวยิม มั่นใจลึกๆ ว่าต้องมีคนที่ 7 ในการสร้างสรรค์ของเพชรยินดีบ๊อกซิ่งโปรโมชั่นแน่นอน สุดท้ายฝากแฟนมวยช่วยมาให้กำลังใจเด็กไทยกันด้วย

“ภูมิขวัญ” ปั่นเก็บแชมป์ล้านนา สเตจ 3

“ภูมิขวัญ” ปั่นเก็บแชมป์ล้านนา สเตจ 3

ภูมิขวัญ ห่างภัย น่องเหล็กทีมชาติปั่นซิวแชมป์ สเตจ 3 ในการแข่งขันจักรยานเสือภูเขา รายการ “ล้านนา อินเตอร์เนชั่นแนล เมาเทนไบค์ 2016”

ปั่น-จักยานการแข่งขันจักรยานเสือภูเขา รายการ “ล้านนา อินเตอร์เนชั่นแนล เมาเทนไบค์ 2016” สนามที่ 2 สเตจที่ 3 และ 4 ระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2559 ที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง อ.ฮอต จ.เชียงใหม่ และ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันสนามที่ 2 วันแรก ในสเตจที่ 3 ซึ่งได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรีณรงค์ โรจนโสทร ปลัดจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดการแข่งขัน

ไฮไลท์ของการแข่งขันอยู่ที่ รุ่นทั่วไปหญิง ภูมิขวัญ ห่างภัย นักปั่นทีมชาติชุดชิงแชมป์เอเชีย โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เข้าเส้นชัยคว้าแชมป์สเตจ 3 มาครองด้วยเวลา 1.20.29 ชม. เก็บ 10 แต้มเต็ม ส่วนที่ 2 ตกเป็นของ ชนาพร ศรีปัญญา จากสิงห์ปาร์คเชียงราย 1.22.21 ชม. และ นุ่น กังกุง จากพม่า ที่เป็นผู้นำคะแนนรวมจากสเตจก่อนหน้า เข้าที่ 3 ด้วยเวลา 1.33.22 ชม. เก็บเพิ่มอีก 7 คะแนน ทำให้รวม 3 สเตจ นุ่น มี 23 คะแนน จ่อแชมป์คะแนนรวม รุ่นทั่วไปหญิง

ด้าน รุ่นทั่วไปชาย แชมป์สเตจที่ 3 ตกเป็นของ ธนชาต ยะตั๋น จากทีมอาร์ทไบค์ เรซซิ่ง เข้าป้ายเป็นอันดับแรก ทำเวลา 1.07.12 ชม. ขณะที่ ศักดิ์สิทธิ์ วงษ์ธนธีรกุล และ อรรถพล อินทะจักร์ 2 นักปั่น จากทีมฟอร์แมตเอ็กซ์ ที่เข้ามาเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 ตามลำดับ

สำหรับผลการแข่งขันรุ่นอื่นๆ มีดังนี้ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี หญิง อันดับ 1 สาธินีย์ จันทร์ธิมา ( โทเท็ม เสือไชยปราการ), อันดับ 2 สรรยา ผาสุข ( โทเท็ม), อันดับ 3 พลอยชมพู เมฆฉาย ( ไทน์ไบค์), รุ่นอายุ 35 ปี หญิง อันดับ 1 ดลณพร ปงปัญญายืน ( ฟอร์แมต เอ็กซ์ทีม), อันดับ 2 สุกัญญา สุวรรณาคะ ( เคสปอร์ต โตโยต้า), อันดับ 3 เดือน แสนสุข ( เสรีทีม)

รุ่นอายุ 40-44 ปี ชาย อันดับ 1 นิคม ศรีอินจัน ( แม่จันเชียงราย), อันดับ 2 ทาคายูกิ ซาโกดะ ( ญี่ปุ่น), อันดับ 3 มานพ หน่อแก้ว ( เสือสันกำแพง เชียงใหม่), รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ชาย อันดับ 1 อันตศักดิ์ จนเสถียร ( เอนกไบค์ เชียงใหม่), อันดับ 2 ณัฐพงศ์ บุญไตร ( สนง.ตำรวจแหงชาติ), อันดับ 3 รัชชานนท์ เยาวรัตน์ ( สิงห์อินฟินิช )

รุ่นอายุ 30-34 ปี ชาย อันดับ 1 จันทรบูรณ์ เกรียงชัยไกรพนา, อันดับ 2 นรุตม์ บุญเลิศ ( อ้อยไบค์ พะเยา), อันดับ 3 ศรี อัง คุณ คุนทาวัน ( ออฟติมา), รุ่นอายุ 35-39 ปี ชาย อันดับ 1 สุรเชษฐ์ สิงห์จุ้ย, อันดับ 2 ศรน ไชยยัง, อันดับ 3 มนัส เกตุแก้ว ( อักษะ 2000), รุ่นอายุ 45-49 ปี ชาย อันดับ 1 เอก มาตรสงคราม ( ชมรมจักรยานตาม), อันดับ 2 ด.ต.พงษ์สวัสดิ์ กลิ่มหอม (แม่สะเรียง), อันดับ 3 ชุมพร เจริญมี( ภาคตะวันออก)

รุ่นอายุ 50-54 ปี ชาย อันดับ 1 ธงชัย เบียดนอก, อันดับ 2 จตุพร ไชยชมภู ( พีเอสซี), อันดับ 3 ธวัชชัย จันทราภิรมย์ (เอนกไบค์ เชียงใหม่), รุ่นอายุ 55-59 ปี ชาย อันดับ 1 สมิทย์ ไพรอนันต์ (เสือชมวิวดอนสุเทพ), อันดับ 2 สมชาย จิรแพศยสุข ( ภาคตะวันออก), อันดับ 3 มียา ฮารามา (พม่า) และ รุ่นอายุ 60 ปี ชาย อันดับ 1 ทันใจ ผางคำ (แม่จันไบต์), อันดับ 2 จรัส ทองบุญ ( แม่ฮ่องสอน), อันดับ 3 พิภพ จันทร์เพ็ญ ( โทเท็ม)

เรื่องพระเวสสันดรชาดก อดีตชาติของพระพุทธเจ้า ตอน4

เมื่อเสด็จไปถึงบริเวณสระโบกขรณีอันเป็นที่ร่มรื่นสบาย พระเวสสันดร พระนางมัทรี ตลอดจนพระโอรสธิดา ก็ผนวชเป็นฤาษี บำเพ็ญพรตภาวนาอยู่ ณ ที่นั้น โดยมีพรานป่าเจตบุตรคอยรักษาต้นทาง ณ ตำบลบ้านทุนนวิฐ เขตเมืองกลิงคราษฏร์

บริจาค-ลูก

มีพราหมณ์เฒ่าชื่อ ชูชก หาเลี้ยงชีพด้วยการ ขอทาน ชูชก ขอทานจนได้เงินมามาก จะเก็บไว้ เองก็กลัวสูญหาย จึงเอาไปฝากเพื่อนพราหมณ์ไว้ อยู่มาวันหนึ่ง ชูชกไปหาพราหมณ์ที่ตนฝากเงินได้ จะขอเงินกลับไป ปรากฎว่า พราหมณ์นั้นนำเงินไปใช้หมดแล้ว จะหามาใช้ให้ชูชกก็หาไม่ทัน จึงจูงเอาลูกสาวชื่อ อมิตตดา มายกให้แก่ชูชก พราหมณ์กล่าวแก่ชูชกว่า
“ท่านจงรับเอาอมิตตดาลูกสาวเราไปเถิด จะเอาไปเลี้ยงเป็นลูกหรือภรรยา หรือจะเอาไปเป็นทาสรับใช้ปรนนิบัติก็สุด แล้วแต่ท่านจะเมตตา”

ชูชกเห็นนางอมิตตดาหน้าตาสะสวย งดงามก็หลงรัก จึงพานางไปบ้าน เลี้ยงดู นางในฐานะภรรยา นางอมิตตดาอายุยังน้อย หน้าตางดงาม และมีความกตัญญู ต่อพ่อแม่ นางจึงยอมเป็นภรรยาชูชกผู้แก่เฒ่า รูปร่างหน้าตาน่ารังเกียจ อมิตตดา ปรนนิบัติชูชกอย่างภรรยาที่ดีจะพึงกระทำทุกประการ นางตักน้ำ ตำข้าว หุงหาอาหาร ดูแลบ้านเรือนไม่มีขาดตกบกพร่อง ชูชกไม่เคยต้องบ่นว่าหรือตักเตือนสั่งสอนแต่ อย่างใดทั้งสิ้น ความประพฤติที่ดีเพียบพร้อมของนาง อมิตตดาทำให้เป็นที่สรรเสริญของบรรดา พราหมณ์ทั้งหลายในหมู่บ้านนั้น ในไม่ช้า บรรดาพราหมณ์เหล่านั้นก็พากันตำหนิติเตียนภรรยาของตนที่มิได้ประพฤติตนเป็น แม่บ้านแม่เรือนอย่างอมิตตดา บางบ้านก็ถึงกับทุบตีภรรยาเพื่อให้รู้จักเอาอย่างนาง เหล่านางพราหมณีทั้งหลายได้รับความเดือดร้อน ก็พากันโกรธแค้นนางอมิตตดา ว่าเป็นต้นเหตุ

วันหนึ่งขณะที่นางไปตักน้ำในหมู่บ้าน บรรดานางพราหมณีก็รุมกันเย้ยหยันที่นางมีสามีแก่ หน้าตาน่าเกลียดอย่างชูชก นางพราหมณีพากันกล่าวว่า
“นางก็อายุน้อย หน้าตางดงาม ทำไมมายอมอยู่กับเฒ่าชรา น่ารังเกียจอย่างชูชก หรือว่ากลังจะหาสามีไม่ได้ มิหนำซ้ำยังทำ ตนเป็นกาลกิณี พอเข้ามาในหมู่บ้านก็ทำให้ ชาวบ้านสิ้นความสงบสุข เขาเคยอยู่กันมาดีๆ พอนางเข้ามาก็เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า หาความสงบ ไม่ได้ นางอย่าอยู่ในหมู่บ้านนี้เลย จะไปไหนก็ไปเสียเถิด”
ไม่เพียงกล่าววาจาด่าทอ ยังพากันหยิกทึ้ึ้ง ทำร้ายนางอมิตตดา จนนางทนไม่ได้ ต้องหนีกลับบ้านร้องไห้ มาเล่าให้ชูชกฟัง ชูชกจึงบอกว่าต่อไปนี้นางไม่ต้องทำการ งานสิ่งใด ชูชกจะเป็นฝ่ายทำให้ทุกอย่าง นางอมิตตดาจึงว่า
“ภรรยาที่ดีจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร จะปล่อยให้สามีมาปรนนิบัติรับใช้ เราทำไม่ได้หรอก ลูกหญิงที่พ่อแม่อบรมสั่งสอนมาดี ย่อมจะไม่นั่งนอนอยู่เฉยๆ ดีแต่ชี้นิ้วให้ผู้อื่นปรนนิบัติตน นี่แน่ะ ชูชก ถ้าท่านรักเราจริง ท่านจงไปหาบริวารมาปรนนิบัติรับใช้เราดีกว่า”

ลิโป้คือยอดนักรบผู้ที่ได้ชื่อว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุคสามก๊ก

ลิโป้คือยอดนักรบผู้ที่ได้ชื่อว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุคสามก๊ก

ลิโป้คือยอดนักรบผู้ที่ได้ชื่อว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุคสามก๊กหรือเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม จะได้ยินประโยคนี้บ่อยๆคือ “ยอดคนต้องลิโป้ ยอดม้าต้องเซ็กเธาว์”

ลิ-โป้

ในหนังสือนั้นกล่าวว่าลิโป้นั้นมีฝีมือเป็นอันมากแต่ค่อนข้างที่จะด้อยสติปัญญานิดนึง บ้างก็บอกว่าลิโป้นั้นเป็นคนมีสติปัญญาไม่งั้นคงไม่ได้เป็นใหญ่ครองเมืองได้ ก็สุดแล้วแต่ผู้อ่านมองว่าลิโป้นั้นเป็นยังไง

ตัวละครลิโป้นั้นได้โผล่ครั้งแรกตอนต้นเรื่อง ในขณะที่ตั๋งโต๊ะได้เรียกเหล่าขุนนางมาประชุมเพื่อดูความเกรงขามของอำนาจตน ในที่ประชุมมิไม่ใครกล้าต่อต้านเลยซักคน คงมีแต่เต็งหงวนที่กล้าท้าทายอำนาจของตั๋งโต๊ะ เนื่องจากเต็งหงวนนั้นมีลูกบุญธรรมชื่อลิโป้ ต่อมาลิยูได้เสนอแผ่นการให้ตั๋งโต๊ะซื้อลิโป้ด้วยม้าเซ็กเธาว์ จนลิโป้ได้ตัดคอเต็งหงวนผู้ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมของตน จนกลายเป็นตราบาบแก่ลิโป้ไปตลอดชีวิต

ต่อมาลิโป้ได้เป็นลูกบุญธรรมตั๋งโต๊ะอีกทั้งยังได้ครอบครองม้าเซ็กเธาว์ ยอดคนผสมกับยอดม้าจนไม่มีใครกล้าเป็นแข็งข้อต่ออำนาจของตั๋งโต๊ะได้เลยเมื่อครั้งกองทัพ 18 หัวเมืองรวบรวมตัวกับต่อต้านตั๋งโต๊ะ ลิโป้จึงได้สู้กับ 3 พี่น้องแห่งสวนท้อ เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย เข้ารุมลิโป้คนเดียว นับว่าลิโป้นั้นสุดยอดมากที่รับเมืองยอดฝีมือทั้ง 3 คนได้จนกระทั่งขุนนางอ้องอุ้นได้วางแผนผลาญความสำพันธ์ระหว่างลิโป้กับตั๋งโต๊ะด้วยอุบายนางงาม คือส่งแม่นางเตียวเสี้ยนผู้ที่มีโฉมงามคอยยุยงให้ลิโป้กับตั๋งโต๊ะแตกคอกัน จนในที่สุดลิโป้ได้ฆ่าตั๋งโต๊ะซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมคนที่สอง

ลิโป้ได้ร่วมงานกับอ้องอุ้นแต่แล้วก็เสียทีให้แก่ลิฉุย กุยกี เตียวเจ หวนเตียว ที่เป็นลูกน้องเก่าของตั๋งโต๊ะ จนลิโป้ต้องแร่ร่อนหนีไป จากนั้นก็ไปขอเข้ากับอ้วนสุด แต่อ้วนสุดไม่รับอยู่ด้วย ลิโป้จึงไปขออยู่ด้วยอ้วนเสี้ยว แต่ลิโป้ก็กำเริบฆ่าทหารอ้วนเสี้ยวไปหลายคน อ้วนเสี้ยวจึงโกรธตามฆ่าลิโป้ ลิโป้จึงหนีไปอยู่กับเตียวเมี่ยว ในจนได้พบกัยตันก๋ง ลิโป้ได้ยกทัพไปตีเมืองกุนจิ๋วที่โจโฉครองอยู่ทำให้โจโฉโกรธเป็นอันมาก ลิโป้จึงกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งที่โจโฉต้องกำจัด
ลิโป้เสียทีโจโฉจนต้องมาอาศัยกับเล่าปี่ เตียวหุยไม่พอใจลิโป้ ลิโป้แม้จะเป็นคนเก่ง แต่ก็เป็นคนหยาบช้า ขาดคุณธรรม และไร้สติปัญญา เป็นคนที่เลี้ยงไว้ไม่ได้ เป็นบุคคลที่เตียวหุยด่าว่าเป็น “ไอ้ลูกสามพ่อ” จนกลายเป็นสำนวนที่ใช้มาจนทุกวันนี้ (นั่นเป็นมุมมองที่เตียวหุยมอง)ลิโป้นั้นได้แสดงฝีมือยิงยิงเกาทัณฑ์ไปปักที่ทวนเพื่อพนันให้เล่าปี่ & อ้วนสุด เลิกรบกัน ถือว่าลิโป้นั้นรับบทเป็นนักปรองดองช่วยเหลือชีวิตเล่าปี่ไว้ได้ตังก๋งช่วยวางแผนให้ลิโป้ครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ลิโป้ก็มิได้เชื่อฟังจนตัวเองต้องเข้าตาจนอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งเสียทีแก่ 2 พ่อลูกตันกุ๋ยและตันเต๋งที่เป็นไส้ศึกตอนลิโป้ต้องเสียเมื่อง จนในที่สุดลิโป้ต้องเสียทีแก่เฮาเสง ซงเหียนและงกซุยที่แปลพักไปเข้าด้วยโจโฉ จนตัวเองต้องถูจับมัดไว้ก่อนลิโป้จะถูกโจโฉประหาร ลิโป้ได้ขอร้องให้เล่าปี่ช่วย โจโฉนั้นได้ถามเล่าปี่ว่าควรไว้ชีวิตลิโป้หรือไม่ เล่าปี่จึงตอบว่า “เมื่อครั้งเต๊งหงวนกับตั๋งโต๊ะนั้น เหตุการณ์เป็นประการใดท่านก็กระจ่างแจ้งอยู่แล้ว ไฉนจึงมาหารือข้าพเจ้าดังนี้อีก” จนลิโป้ต้องถูกประหารในที่สุดตัวละครลิโป้นั้นได้เสียชีวิตลงในต้นเรื่องของสามก๊กเป็นที่น่าเสียดายที่คนเก่งมีฝีมือต้องจบชีวิตต้นเรื่อง…

8 ทีมอาชีพระเบิดศึกยัดห่วงไทยลีก

8 ทีมยัดห่วงพร้อมทำศึก“ไทยแลนด์บาสเกตบอลลีก 2016″ ชิงเงิน 1.9 ล้านบาท พร้อมสิทธิลุยอาเซียนลีกในฤดูกาลหน้า นัดเปิดสนาม “ไฮเทค” ปะทะ “โมแวมไพร์” 19 มิ.ย.นี้

ไทยลีก-บาส
วันที่ 14 มิถุนายน 2559 ที่ห้องเทวกรรมรังรักษ์ ชั้น 2 สโมสรกองทัพบกพล.ท.เฉลิมเกียรติ โพธิ์ทองนาค นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ,ดร.ราเชลล์ ได้ผลธัญญา รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ซัง โด ลี ผู้แทนจากช่อง MONO 29 นายทัศน์ไชย ศันสนะพิทยากร ประธานจัดการแข่งขันฯร่วมแถลงข่าวการแข่งขันบาสเกตบอลระดับอาชีพ “ไทยแลนด์บาสเกตบอลลีก 2016″ (ทีบีแอล)โดยการแข่งขันจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18 มิถุนายน – 21 สิงหาคมนี้ พร้อมชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1.9 ล้านบาท

การแข่งขันในปีนี้ สมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ไทย บาสเกตบอลลีก จำกัด ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผลักดันให้เป็นกีฬาอาชีพอย่างสมบูรณ์แบบ โดย“โมโนกรุ๊ป” ให้การสนับสนุนในการถ่ายทอดสดทางช่อง MONO 29 (โมโนทเวนตี้ไนน์) และช่อง MONOPLUS (โมโนพลัส) ตลอดฤดูกาล รวมไปถึงจัดทำเทปบันทึกภาพการแข่งขัน และนำไฮไลท์ต่างๆ นำเสนอผ่านทางช่อง MONO 29 (โมโนทเวนตี้ไนน์), ช่อง MONOPLUS (โมโนพลัส) และเว็บไซต์เอ็มไทยดอทคอม (MThai) ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ชมมากขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในการแข่งขันบาสเกตบอลอาชีพ ฤดูกาล 2016 จะประกอบไปด้วยทั้งหมด 8 ทีม ประกอบด้วย 1.ทีมโมโนแวมไพร์ บาสเกตบอลคลับ 2.ทีมโมโนทิวไผ่งาม 3.ทีมไฮเทค 4.ทีมPEA (สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) 5.ทีมแมดโกท 6.ทีมดังกิ้นแร๊พเตอร์ 7.ทีมไทยเครื่องสนาม. 8.ทีมOSK R Airline (โอเอสเค อาร์ แอร์ไลน์) โดยในปีนี้ทีมแชมป์จะได้สิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันบาสเกตบอลอาเซียนลีก (เอบีแอล) ในฤดูกาลหน้าอีกด้วย โดยจะใช้ระบบการแข่งขัน 2 เลก และหาทีมเพลย์ออฟ 2 ใน 3 เกม เพื่อเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ ส่วนโคต้านักกีฬาต่างชาตินั้น แต่ละทีมส่งชื่อ 2 คน แต่ลงแข่งได้ 1 คน ผู้เล่นทีมชาติส่งชื่อ 5-8 คน ลงสนามไม่เกิน 3 คน และผู้เล่นอาเซียนส่งชื่อได้ไม่เกิน 1 คน โดยการแข่งขันจะมีการพักเลก เพื่อให้มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้อีกก่อนการแข่งขันเลก 2 และเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมต่าง ๆ มากขึ้น

พิธีเปิดการแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายน ที่ สนาม Stadium 29 ถ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี คู่เปิดสนามจะเป็นการพบกันระหว่าง “ทีม ไฮเทค” กับ “ทีมโมโน แวมไพร์ บาสเกตบอลคลับ” ถ่ายทอดสดเวลา 15.00-17.00 น. ทางช่อง MONO 29 (โมโนทเวนตี้ไนน์) หรือรับชมผ่านทางเว็บไซต์เอ็มไทยดอทคอม (Mthai) ซึ่งนอกจากผู้ที่มาชมการแข่งขันจะได้รับชมการแข่งขันบาสเกตบอลระดับอาชีพแล้ว ฝ่ายจัดการแข่งขันแจ้งว่า ระหว่างพักเบรคของการแข่งขันจะเพิ่มความเอ็นเตอร์เทนต่างๆ เพื่อดึงดูดผู้ชมให้เข้าสนามมากขึ้นอีกด้วย

ประวัติศาสตร์ลาสเวกัส

ประวัติศาสตร์ของลาสเวกัสมีการเปลี่ยนแปลงหลังมีการสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อไปยังเมือง Salt Lake ครั้งแรกในปี 1905 แม้มีปมความขัดแย้งต่อวิถีการดำเนินชีวิตแบบสเปนดั้งเดิม

ลาส-เวกาส

จนกระทั่งปี 1931 มีการยกเรื่องข้อกำหนดห้ามเล่นการพนันในเนวาดาที่ออกเมื่อปี 1909 ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง หลังจากยกเลิกข้อห้ามนี้ทำให้แรงงานสร้างเขื่อนฮูเวอร์ต่างพากันใช้จ่ายเงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายกับการพนันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ดูข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม »
ในช่วงต้นคริสตทศวรรษ 1940 เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโรงแรมและบ่อนคาสิโน โดยมี El Rancho และคาสิโนฟลามิงโก (Flamingo) อยู่ในสิ่งก่อสร้างยุคแรกๆ ที่สร้างขึ้น กองกำลังทางทหารที่ปรากฎขึ้นในบริเวณใกล้เคียงช่วงคริสตทศวรรษ 1950 ช่วยทำให้เมืองมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่การแวะมาเยือนของเหล่าดาราชื่อดังยิ่งยกระดับชื่อเสียงของเมือง ทำให้เมืองกลายเป็นแหล่งขุมทรัพย์ที่เย้ายวนใจสำหรับอุตสาหกรรมบันเทิง
ปัจจุบันบ่อนคาสิโนต่างๆ อาทิ เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ (MGM Grand), เอ็กซ์คาลิเบอร์ (Excalibur), ลักซอร์ (Luxor) และ นิวยอร์ก นิวยอร์ก (New York-New York) ยังคงทำหน้าที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วมุมโลกและสีสันละลานตาของโรงแรมมากมายที่แข่งขันเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนกลับมาเยือนครั้งแล้วครั้งเล่า

“น้องณี” ยิงกระหึ่มอีก ซิวทองเวิลด์คัพสนาม 3

“น้องณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร สร้างชื่ออีก คว้าเหรียญทองยิงเป้าบินสกีต ศึกเวิลด์คัพ สนามที่ 3 ที่ซานมาริโน หลังดวลเพลย์ออฟคว่ำอิตาลี 8-7 หลังเสมอ 15-15
การแข่งขันยิงปืน ไอเอสเอสเอฟ เวิลด์คัพ ช็อตกัน ที่ประเทศซานมาริโน เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการชิงชัยสนามที่ 3 ซึ่งมีการชิงเหรียญทองประเภทยิงเป้าบินสกีตหญิง ที่ไทยส่ง “น้องณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร จอมแม่นเป้ามืออันดับ 2 ของโลก เจ้าของแชมป์สนามล่าสุดที่ริโอ เดอ จาเนโร บราซิล เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ลงชิงชัยด้วย

น้อง-ณี

การยิงในรอบคัดเลือก สุธิยา ทำได้ 72 จาก 75 คะแนน ก่อนงัดฟอร์มสุดยอด ทำ 16 แต้มเต็มในรอบรองชนะเลิศ ผ่านเข้าสู่รอบชิงเหรียญทอง โดยจะพบกับ ไดอานา บาโคซี จากอิตาลี ดีกรีรองแชมป์ยุโรป มืออันดับ 16 ของโลก ซึ่งช่วงกลางเกม สาวไทยได้เปรียบ เมื่อคู่แข่งพลาดก่อนในการยิงชุดที่ 8 แต่น้องณีก็ไปพลาดบ้างในการยิงชุดที่ 12 ก่อนจบ 16 ชุดแรก เสมอกันที่ 15-15 ทำให้ต้องตัดสินหาผู้ชนะในการดวลเพลย์ออฟ ที่แม้คู่แข่งชาวอิตาลีจะยิงได้ดีมากๆ แต่สุธิยาก็รักษาฟอร์มการยิงที่ยอดเยี่ยม เฉือนชนะไปอย่างหวุดหวิด 8-7 คว้าเหรียญทองรายการนี้เป็นสนามที่ 2 ติดต่อกันให้ตัวเอง นำธงไตรรงค์ขึ้นสู่ยอดเสาในสนามได้สำเร็จ

หลังการแข่งขัน น้องณี กล่าวว่า การเล่นรอบชิงชนะเลิศที่ผ่านมาหลายๆ ครั้ง เธอพลาดที่จะคว้าเหรียญรางวัล ซึ่งทำให้ต้องกลับไปทำงานกันอย่างหนัก และที่สุดก็ส่งผลลัพธ์ที่ดีออกมา ถือเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม โดยการยิงในครั้งนี้ก็ถือว่าทุกคนไม่ได้เจองานที่ง่าย เพราะสภาพอากาศนั้นมีผลต่อการเดินทางของเป้า ขณะที่แสงนั้นก็มีผลกระทบต่อฉากหลัง แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงด้วยดี

“การคว้าเหรียญทองเวิลด์คัพ 2 สนามซ้อน ย่อมทำให้เกิดความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่ริโอ ที่ณีไม่ได้ตั้งความหวังเอาไว้ แม้ว่าจะเพิ่งไปชนะเลิศมาจากการแข่งขันปรีโอลิมปิกเมื่อ 2 เดือนก่อนก็ตาม เพราะรู้ดีว่า เมื่อถึงการแข่งขันจริงๆ แล้ว สภาพแวดล้อมทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปหมด โดยจะมุ่งเน้นสมาธิไปที่การยิงนัดต่อนัด เป้าต่อเป้าให้ดีที่สุดมากกว่า”

อดีตแข้งเลสเตอร์ชี้หายนะแน่ถ้าวาร์ดีย้าย

อดีตนักเตะ “เลสเตอร์” เชื่อยุ่งเหยิงแน่ หากว่า “วาร์ดี” ตัดสินใจย้ายไป “อาร์เซนอล”
วา-ดี้

    เจอร์รี แท็กการ์ต อดีตกองหลังเลสเตอร์ ซิตี เชื่อว่าอดีตต้นสังกัดของเขาอาจเผชิญกับหายนะใหญ่หลวงหากว่า เจมี วาร์ดี กองหน้าวัย 29 ปี ย้ายไป อาร์เซนอล
    วาร์ดี แม้เพิ่งต่อสัญญาใหม่รับค่าจ้าง 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ทว่ามีอ๊อพชั่นที่สามารถย้ายทีมได้หากมีทีมได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีกยื่นข้อเสนอ 20 ล้านปอนด์
    อาร์เซนอล ได้ยื่นข้อเสนอจำนวนดังกล่าว พร้อมเสนอค่าจ้าง 120,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ส่วน เลสเตอร์ ก็ไม่อยู่เฉยเสนอเพิ่มเงินค่าจ้างหวังรั้งนักเตะคนสำคัญอยู่ต่อ
    เดิมทีคาดกันว่า วาร์ดี จะตัดสินใจก่อนเดินทางไปฝรั่งเศส เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เผยว่าจะย้ายทีมหรือไม่ แต่สื่อคาดว่า วาร์ดี จะตัดสินใจให้ชัดเจนแน่นอนก่อนเริ่มยูโร 2016 เพื่อไม่ให้เรื่องย้ายทีมรบกวนจิตใจ
    แท็กการ์ต อดีตกองหลังชาวไอร์แลนด์เหนือ เผยว่า “หาก เจมี ย้ายทีมแล้ว จะมี 1 หรือ 2 คน ที่อาจย้ายทีมด้วย 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา เลสเตอร์ ถูกสร้างขึ้นมาด้วยนักเตะอย่าง วาร์ดี”
    “ผมรู้จัดสตาฟฟ์ที่เลสเตอร์ดีมาก และถ้ามีการย้ายทีม พวกเขาจะหาคนมาแทนที่ตราบเท่าที่มีเงินให้ใช้ แต่ที่ดีที่สุดแล้ว มันสำคัญมากที่ วาร์ดี ควรอยู่ต่อไป”

พญายมราช ราชาผู้ปกครองแดนปรโลก ที่มนุษย์ทุกคนกลัว

พญายมราช ถือว่าเป็นผู้ปกครองแดนปรโลก ดินแดนแห่งนี้ยังไม่ใช่นรกครับ แต่เป็นสถานที่แห่งการพิพากษา มีอาณาเขตใกล้กับเมืองนรก เมืองของพญายมราชนั้นเป็นวิมานประกอบด้วยสัตตรัตนทั้ง ๗ ประการ พระองค์ทรงอยู่ในฐานะพระประมุขผู้ปกครองสูงสุด มีอำนาจในการตัดสินเด็ดขาดว่าดวงวิญญาณดวงใดจะต้องไปรับกรรมในนรกขุมไหนหรือจะไปเกิดเป็นอะไร

ยม-บาล

นอกจากนี้ท่านยังเป้นผู้ตรวจตราดูบัญชีว่ามนุษย์สัตว์แต่ละชีวิตนั้นจะต้องสิ้นใจเมื่อไหร่ ที่ไหน ตามอำนาจกฏแห่งกรรมของสัตว์นั้นๆ ซึ่งดังนี้เท่ากับว่าองค์พญายมราชเป็นศักติเทพผู้ที่ทำหน้าที่ให้สัตว์โลกต่างๆเป็นไปตามกกแห่งกรรมตามครรลองครองธรรมที่เหมาะสมนั้นเองในตำราไตรภูมิพระร่วงนั้นกล่าวว่า พญายมราชหาได้เป็นยักษ์มาร มหิทธิเปรต หรือภูติผีปีศาจแต่อย่างใดไม่ แต่กล่าวว่าพระองค์ทรงเป็นเทพเจ้าผู้เที่ยงธรรม การตัดสินโทษของดวงวิญญาณแต่ละดวงนั้นพระองค์ทำด้วยความสุจริตซื่อตรงปราศจากอคติ ความชอบความไม่ชอบ ไม่มีเขามีเรา ไม่มีอำนาจใดๆมาควบคุมการตัดสินของพระองค์ได้ เรียกว่าไม่เหมือนเมืองมนุษย์ที่อำนาจเงินหรืออำนาจยศตำแหน่ง ความชอบใจ ความไม่ชอบใจ ซึ่งสามารถซื้อความยุติธรรมให้แก่คนผิดได้ แต่สำหรับองค์พญายมราชนั้นเงินทองใดๆก็ไม่มีความสำคัญเมื่ออยู่ต่อหน้าพระองค์ มีเพียงความดีความเลวเท่านั้นที่พระองค์ให้ความสำคัญในการพิจารณาตัดสินองค์พญายมราชจะมีผู้ช่วยสำคัญในการไปนำดวงวิญญาณของสัตว์โลกมาสู่แดนปรโลกหรือแดนยมโลกคือ องค์เจ้าพ่อพระกาฬชัยศรี เจ้าพ่อพระกาฬชัยศรีนี้มีรูปปั้นอยู่ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง กรุงเทพมหานคร มีเทวะลักษณะเป็นเทพยดาที่สี่กร กรหนึ่งถือดวงไฟหมายถึงดวงวิญญาณ กรหนึ่งถือบ่วงบาศเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการใช้จับดวงวิญญาณทั้งปวง ขี่นกเค้าแมวเป็นพาหนะ พระองค์เป็นบริวารของพญายมราชทำหน้าที่เก็บดวงวิญญาณต่างๆ บ้านไหนที่จะมีคนตาย พระองค์จะทรงใช้นกแสกบ้าง นกเค้าแมวบ้าง ไปเกาะหลังคาบ้านร้องเตือนให้ทราบล่วงหน้า หรือบันดาลนิมิตดีร้ายให้ทราบ หากผู้นั้นมีปัญญาจะได้รีบขวนขวายทำบุญก่อนจะหมดโอกาสในโลก นอกจากนี้พระองค์ยังมีบริวารเรียกว่าเหล่ายมฑูต ทำหน้าที่ไปเก็บดวงวิญญาณต่างๆให้พระองค์อีกทีหนึ่งด้วย ซึ่งเราชาวโลกจะเรียกท่านว่า พญามัจจุราชนั่นเองนอกจากนี้องค์พญายมราชยังมีบริวารที่ทำหน้าที่บันทึกการกระทำความดีความชั่ว เรียกว่าสุวัณ และสุวาณ สุวัณนั้นทำหน้าที่จดการกระทำความดีของผู้ที่กระทำความดีตั้งอยู่ในศีลในธรรม การจดนั้นท่านใส่สมุดทองคำ ยามรายงานองค์พญายมราชเสร็จเรียบร้อยจะทำการยกขึ้นจบเหนือหัวเป็นการอนุโมทนา ส่วนสุวาณทำหน้าที่จดการกระทำของคนชั่วประพฤติบาป ไม่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม การจดก็จดใส่สมุดหนังหมา เป็นการคาดโทษเอาไว้ในพระไตรปิฏกกล่าวว่าองค์พญายมราชนั้นเมื่อได้ฟังเทศน์จากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีดวงตาเห็นธรรมบรรลุเป็นพระโสดาบันนั่นเป็นเบื้องต้น ครูบาอาจารย์ที่ถอดจิตได้อย่างหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านกล่าวว่าองค์พญายมราชนั้นปัจจุบันท่านมีภูมิธรรมชั้นพระอนาคามี เป็นภูมิพรหม ดำรงตำแหน่งการพิพากษาตัดสินดวงวิญญาณในแดนยมโลกอย่างยุติธรรม ประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คือดวงวิญญาณแต่ละดวงที่ตกมายังยมโลกนั้น พระองค์จะไต่ถามด้วยความเมตตาว่าระลึกถึงบุญอันใดได้บ้าง หากดวงวิญญาณนั้นๆระลึกได้แม้สักอย่างท่านจะอนุโมทนาและให้ไปรับส่วนบุญนั้นๆ หากดวงวิญญาณไม่อาจระลึกถึงคุณงามความดีใดๆได้เลยท่านก็ทรงจิตไว้เป็นอุเบกขา ว่าเป็นกรรมของสัตว์โลก ท่านก็จัดส่งไปลงโทษตามควรแก่ฐานานุโทษของสัตว์นั้นๆ

หลักการทำสมาธิเบื้องต้น ทดสอบความอดทนต่อสิ่งกวนใจทั้งหลาย

จิตของคนทั่วๆ ไปที่ไม่เคยทำสมาธินั้น ก็มักจะมีสภาพเหมือนม้าป่าพยศที่ยังไม่เคยถูกจับมาฝึกให้เชื่อง มีการซัดส่ายไปในทิศทางต่างๆ อยู่เป็นประจำ การทำสมาธินั้นก็เหมือนการจับม้าป่านั้นมาล่ามเชือก หรือใส่ไว้ในคอกเล็กๆ ไม่ยอมให้มีอิสระตามความเคยชิน เมื่อตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ม้านั้นก็ย่อมจะแสดงอาการพยศออกมา มีอาการดิ้นรน กวัดแกว่ง ไม่สามารถอยู่อย่างนิ่งสงบได้ ถ้ายิ่งพยายามบังคับ ควบคุมมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งดิ้นรนมากขึ้นเท่านั้น

ทำ-สมาธิ

การจะฝึกม้าป่าให้เชื่องโดยไม่เหนื่อยมากนั้นต้องใจเย็นๆ โดยเริ่มจากการใส่ไว้ในคอกใหญ่ๆ แล้วปล่อยให้เคยชินกับคอกขนาดนั้นก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ลดขนาดของคอกลงเรื่อยๆ ม้านั้นก็จะเชื่องขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่แสดงอาการพยศอย่างรุนแรงเหมือนการพยายามบีบบังคับอย่างรีบร้อน เมื่อม้าเชื่องมากพอแล้ว ก็จะสามารถใส่บังเหียนแล้วนำไปฝึกได้โดยง่าย

การฝึกจิตก็เช่นกัน ถ้าใจร้อนคิดจะให้เกิดสมาธิอย่างรวดเร็วทั้งที่จิตยังไม่เชื่อง จิตจะดิ้นรนมาก และเมื่อพยายามบีบจิตให้นิ่งมากขึ้นเท่าไหร่ จิตจะยิ่งเกิดอาการเกร็งมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งนั่นจะหมายถึงความกระด้างของจิตที่เพิ่มขึ้น (จิตที่เกร็งจะเป็นจิตที่กระด้าง ซึ่งต่างจากจิตที่ผ่อนคลายจะเป็นจิตที่ประณีตกว่า) แล้วยังจะทำให้เหนื่อยอีกด้วย ถึงแม้บางครั้งอาจจะบังคับจิตไม่ให้ซัดส่ายได้ แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าจิตมีอาการสั่น กระเพื่อมอยู่ภายใน

เหมือนการหัดขี่จักรยานใหม่ๆ ถึงแม้จะเริ่มทรงตัวได้แล้ว แต่ก็ขี่ไปด้วยอาการเกร็ง การขี่ในขณะนั้นนอกจากจะเหนื่อยแล้ว การทรงตัวก็ยังไม่นิ่มนวลราบเรียบอีกด้วย ซึ่งจะต่างกันมากเมื่อเปรียบเทียบกับการขับขี่ของคนที่ชำนาญแล้ว ที่จะสามารถขี่ไปได้ด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายอย่างสบายๆ ราบเรียบ นุ่มนวล ไม่มีอาการสั่นเกร็ง

หลักทั่วไปในการทำสมาธินั้น พอจะสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

1.) หาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการทำสมาธิให้มากที่สุดก่อนที่จะทำสมาธิ เพื่อจะได้ประหยัดเวลาไม่ต้องลองผิดลองถูก และไม่หลงทาง ป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ หรือเข้าใจผิด นอกจากนี้ยังป้องกันความฟุ้งซ่านที่อาจจะเกิดขึ้นจากความลังเลสงสัยอีกด้วย

2.) เลือกวิธีที่คิดว่าเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด แล้วลองทำไปสักระยะหนึ่งก่อน ถ้าทำแล้วสมาธิเกิดได้ยากก็ลองวิธีอื่นๆ ดูบ้าง เพราะจิตและลักษณะนิสัยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิธีที่เหมาะสมของแต่ละคนจึงต่างกันไป บางคนอาจจะเหมาะกับการตามดูลมหายใจ ซึ่งอาจจะใช้คำบริกรรมว่าพุทธ-โธ หรือ เข้า/ออก ประกอบ บางคนอาจจะเหมาะกับการแผ่เมตตา บางคนถนัดการเพ่งกสิณ เช่นเพ่งวงกลมสีขาว ฯลฯ

ซึ่งวิธีการทำสมาธินั้นมีมากถึง 40 ชนิด เพื่อให้เหมาะกับคนแต่ละประเภท แต่ที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญมากที่สุด ก็คืออานาปานสติ คือการตามสังเกต ตามรู้ลมหายใจเข้าออกนั่นเอง (ดูรายละเอียดได้ในเรื่องนิวรณ์ 5 และวิธีแก้ไข ในหมวดสมถกรรมฐาน (สมาธิ) ในหัวข้อวิธีแก้ไขนิวรณ์ 5/อุทธัจจกุกกุจจะ และในเรื่องอานาปานสติสูตร ในหมวดวิปัสสนา (ปัญญา) ) เพราะทำได้ในทุกที่ โดยไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ใดๆ เลย ทำแล้วจิตใจเย็นสบาย ไม่เครียด

3.) อยู่ใกล้ผู้รู้ หรือรีบหาคนปรึกษาทันทีที่สงสัย เพื่อไม่ให้ความสงสัยมาทำให้จิตฟุ้งซ่าน

4.) พยายามตัดความกังวลทุกอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นออกไปให้มากที่สุด โดยการทำงานทุกอย่างที่คั่งค้างอยู่ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะทำสมาธิ หรือถ้าทำสมาธิไปแล้ว เกิดความกังวลถึงการงานใดขึ้นมา ก็ให้บอกกับตัวเองว่าตอนนี้เป็นเวลาทำสมาธิ ยังไม่ถึงเวลาทำงานอย่างอื่น เอาไว้ทำสมาธิเสร็จแล้วถึงไปทำงานเหล่านั้นก็ไม่เห็นเสียหายอะไร ถ้าแก้ความกังวลไม่หายจริงๆ ก็หยุดทำสมาธิแล้วรีบไปจัดการเรื่องนั้นๆ ให้เรียบร้อยก่อนก็ได้ ถ้าคิดว่าขืนนั่งต่อไปก็เสียเวลาเปล่า เมื่องานนั้นเสร็จแล้วก็รีบกลับมาทำสมาธิใหม่

5.) ก่อนนั่งสมาธิถ้าอาบน้ำได้ก็ควรอาบน้ำก่อน หรืออย่างน้อยก็ควรล้างหน้า ล้างมือ ล้างเท้าก่อนจะทำให้โล่งสบายตัว เมื่อกายสงบระงับ จิตก็จะสงบระงับได้ง่ายขึ้น

6.) ควรทำสมาธิในที่ที่เงียบสงบ อากาศเย็นสบาย ไม่พลุกพล่านจอแจ

7.) ก่อนนั่งสมาธิควรเดินจงกรม (เดินกลับไปกลับมาช้าๆ โดยยึดจิตไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งในเท้า ข้างที่กำลังเคลื่อนไหว เช่น ปลายเท้า หรือส้นเท้า โดยควรมีคำบริกรรมประกอบ เช่น ขวา/ซ้าย ฯลฯ) หรือสวดมนต์ก่อน เพื่อให้จิตเป็นสมาธิในระดับหนึ่งก่อน จะทำให้นั่งสมาธิได้ง่ายขึ้น